The Ribbon

Original AKB48 fiction SAE X YUKIRIN

direc :: decaypie

 

 

Intro ::

 

“ยูกิจัง กลับบ้านดีๆนะ แล้วเจอกัน”
“อ่าเจอกันหลังปีหน้านะ”
“โชคดีจ้ะ…”

“เดินทางดีๆนะ”

เพื่อนของเธอยืนส่งเธอจนถึงที่สถานีรถไฟ ร่างบางๆพาตัวเองไต่บันได้ขึ้นมา ก่อนที่เธอจะหันกลับไปมองกลุ่มเพื่อนอีกครั้งตามเสียงท้วงไล่หลัง รอยยิ้มหวานแย้มอย่างร่าเริง เธอยกมือขึ้นโบกมือให้เพื่อนๆอีกครั้งก่อนจะพาตัวเองมารอรถไฟในที่สุด

ในวันที่ท้องฟ้าสว่างและโล่งจนหาเงาเมฆของฤดูหนาวไม่เจอ นัยน์ตาหญิงสาวพร่ำมองเข็มวินาทีเคลื่อนคล้อยใกล้เวลาที่รถไฟจะมาเทียบท่าเพื่อพาเธอกลับบ้านเสียที

ปึก!
“อูยยยยย...”
“อ่ะ....ขอโทษนะจ้ะหนุเป็นอะไรรึเปล่า” ไม่ว่ากี่ครั้งเธอก็จะพ่ายแพ้ให้กับความน่ารักของเด็กหญิงวัยไม่ถึงสิบขวกเสียทุกคน ยิ่งหากเป็นคนที่วิ่งกระโจนมาชนกับขาเธอเข้า เด็กดื้อคนนี้คงจะแสบอยู่ไม่น้อย

ร่างสูงกว่าก้มลงเพื่อสำรวจบาดแผลของเด็กสาว ก่อนที่เธอจะเห็นว่าแรงชนบึ้งเมื่อครู่แถบไม่ได้สร้างร่องรอยให้เด็กสาวเลยจะมีก็แต่สภาพน่าสงสารที่หงายลงไปนั่งกับพื้นพร้อมกับที่เอามือกุมเหม่งนั่น คงจะเป็นจังหวะที่เอาหัวมาโขกกับขาเธอเข้า

“นี่เป็นอะไรไหมจ้ะ”
“เจ็บๆๆๆ….พี่สาวนี่เดินไม่ระวังเลย” แหนะ! ดูเข้ายังมาว่าคนอื่นเขาเดินชนทั้งที่วิ่งกระโจนเอาหัวมาชนแทนแท้ๆ
“อะไรกันเล่า เธอต่างหากที่วิ่งเข้ามาเองน่ะ เอามือออกสิ หัวปูดรึเปล่าน่ะ” หญิงสาวรั้งมือเด็กสาวลง แทบทันทีที่เธออึ้งสนิท ลมเย็นราวกับตั้งใจวูบปะทะหน้าของเธอ ดวงตาของเด็กสาวไม่ได้เปื้อนน้ำตาหรอกนะ และเธอก็ไม่ได้หัวปูดหรือโนวสักนิด เพียงแต่หน้าตาของเธอช่างชวนให้เธอหยุดช่วงเวลาไว้เท่านั้น

“นี่พี่สาว นี่!!”
“นี่อะไรเล่า ฉันมีชื่อนะ!”เสียงแจ้วๆแสนซนลั่นจนทำให้เธอหลุดจากห้วงพวังนั่น หญิงสาวสะดุ้งก่อนจะรีบวางฟอร์มหาเรื่องต่อว่าเจ้าตัวดี

 

“ชื่ออะไรเหรอ”
“เด็กซนๆอย่างเธอไม่จำเป็นต้องรู้หรอกน่ะ”
“พี่กำลังจะกลับคาโกชิม่าเหรอ บ้านพี่อยู่ที่นั่นเหรอ”
“ก็ใช่…เดี๋ยวนะ ทำไมถึงสอดรู้สอดเห็นจังนะเธอ” เธอไม่ได้ปะทุอารมณ์หรือเดือดหรอก แค่รู้สึกว่าเด็กหญิงช่างจ้อหน้าตาคุ้นเคยคนนี้ช่างถามเธอเหลือเกิน ยิ่งคล้ายคนในความทรงจำเธอเหลือเกิน ทั้งใบหน้า นัยน์ตา นิสียหรือแม้กระทั่งน้ำเสียง จนบางวินาทีที่เธอหลงเพ้อนึกว่ากำลังถูกใครคนนั้นจ้อถามทุกเรื่องแบบนี้

“นี่ไม่ได้นะจ้ะ คาโอรุจัง จะไปกวนพี่เค้าแบบนี้ไม่ได้นะ”
“อะ ปะเปล่าหรอกค่ะ…..ลูกสาวน่ารักดีนะคะ ถ้าทางจะฉลาดค่ะ” ตายล่ะ!! เมื่อกี้ที่พูดไปแม่เขาจะได้ยินไหมนะ  เธอได้แต่หน้าเจือนพร้อมเก็บกริยาทั้งมวลไว้ พร้อมกับอวยชมว่าเจ้าจ้อนี่ทั้งน่ารักและฉลาด ก็โบราณมักพูดไว้ใช่ไหมว่าเด็กพูดมากคือเด็กฉลาด

“ขอโทษด้วยนะจ้ะหนู เด็กนี่น่ะ ชอบซักชอบถามเสียจริงๆ เขาถ้าจะชอบหนูนะ….คาโอรุจังน่ะนะ ร่าเริงเกินเด็กผู้หญิงทั่วไป จนบางทีป้าเองก็คิดว่าจะเป็นเด็กผู้ชายไปแล้ว…”คุณแม่ของเด็กเพียงขอโทษขอโพยเธอพร้อมกล่าวถึงพฤติกรรมไม่งามสมเด็กผู้หญิงของลูกสาว ในขณะที่เธอปั้นยิ้มรับฟัง เด็กสาวก็ได้แต่มุ้ยปากใส่ผู้เป็นแม่อย่างไม่ค่อยชอบใจนัก

“ชื่อคาโอรุหรอกเหรอ….ฉันขอโทษนะ ฉันให้นี่เธอนะ มานี่สิฉันจะผูกให้”หญิงสาวเผยยิ้มหวานหลังฟังเรื่องราวของเด็กสาว เธอย่อตัวลง กวักมือเรียกเจ้าแสบทรวง พร้อมกับผูกริ้บบิ้นสีขาวบนกระจุกบนหัวน้อยๆนั่น

“ดูเด็กผู้หญิงขึ้นเยอะเลย”
“บะ…บ้าน้า ฉันก็เป็นผู้หญิงอยู่แล้วนี่” เวลาที่เธอเขินเธอก็ทำแบบนี้เหมือนกันนะ แสร้งมองไปทางอื่นแล้วหน้าเธอก็จะแดงปลั่ง แก้มที่ไม่เคยบ่องออกก็จะเริ่มพองขึ้น …….. “ซาเอะจัง”

“เอ๊ะ!”
“ห้ะ….เปล่าหรอกค่ะ อ้า~ รถไฟมาพอดีเลย”  เพราะอะไรๆที่เหมือนกันเกินไปเธอถึงพูดชื่อคนในความทรงจำออกมา แย่จริงๆ

“นี่พี่สาว….ฉันให้” เด็กสาวเพียงกระตุกชายกระโปรงพี่สาวคนงามก่อนที่จะแยกกันไปนั่งคนล่ะที่บนรถไฟ สิ่งที่ปรากฏในมือเล็กเพียงแค่ลูกอมสองเม็ดยื่นมาให้เธอ
“ขอบใจนะคาโอรุจัง…ถือเป็นคำขอโทษที่เธอวิ่งชนฉัน!”หญิงสาวเอื้อมมือหยิบลูกอมแทนใจนั่นเก็บเอาไว้ในกระเป๋ากระโปรงอย่างบรรจงพร้อมกับตบกระเป๋าให้เด็กสาวเห็นว่าเอจะรักษามันเป็นอย่างดี

“นี่ไม่ใช่คำขอโทษสักหน่อย แต่เป็นคำสัญญานะ!”
“เอ๊ะ….”
“สัญญาว่าจะได้เจอกันอีก….ฉันอยากเจอพี่สาวอีกนะ”


ในวันแรกที่ฉันเจอเธอ เหตุการณ์เหล่านี้มันก็คับคล้ายราวกับความฝันที่ฉันฝันอีกครั้ง เพียงแต่ขนาดของเธอนั่นสูงกว่ามาก และอากาศก็ไม่หนาวเท่าในวันนี้ รวมถึงในวันนั้นเธอก็ยังมีรอยยิ้มที่ฉันคิดถึงจนถึงวันนี้….

ซาเอะจัง....ในตอนนี้เธอจะกำลังยิ้มให้ฉันอย่างสดใสเหมือนเคยรึเปล่านะ......

-----------------------------------------------

สวัสดีปีใหม่ทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านเยี่ยมเยือนกันนะคะ กลับมาหลังหายไปสิบชาติ แต่กลับมาพร้อมฟิคยูริจากบ้านเอเคบีล่ะค่ะ ช่วงนี้ฉันเองกำลังคลั่งซาเอะยูกิมากเลยค่ะ เป็นไอดอลสาวยูริไม่กี่คู่ที่ทำให้ฉันวี๊ดว๊ายได้ขนาดนี้ ถึงแม้ในตอนนี้จะอยู่คนล่ะประเทศก็ไปมาหาสู่กัน

ฟิคฉันตัวนี้ฉันไม่อยากเน้น NC ค่ะ อยากให้เป็นความรักของเด็กสาววัยรุ่นมากกว่า คิดว่าอยากจะผ่อนคลายลงจากฟิคอคาเมะสองเรื่องที่แต่งอยู่ค่ะ ต่างเป็นแนวเรื่องที่ชวนเครียดทั้งนั้น

ยังไงของฝากฟิคยูริเรื่องแรกในชีวิตด้วยค่ะ แล้วก็ขอให้ทุกท่านโชคดีทั้งปี ไม่ทุกข์ไม่โศก ไม่มีโรคภัยมาก้าวก่ายนะคะ ^^  

 

FICTION 家庭教師ヒットマンREBORN! [8059] :: My Steak…[18+]

 

Writer :: นักพรตผุ้โง่เขลา >>>decay_pie

 

Date :: 06-03-2010 [after test admission GAT]

 

 

 

มันเป็นความผิดของฉันเอง....ความผิดของฉัน...เอง.........

 

“นี่!!!...เจ้าหัวสนามหญ้า...แกจะไปไหนกันฟร่ะ!!”เสียงโวยวายไล่หลัง เดินดุ่ยไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้าง

 

โกคุเทระเร่งฝีเท้าขึ้น.....เร่ง และเร่งขึ้นอีก...เขาก็แค่อยากตามคนคนนั้นให้ทันเท่านั้น.....

 

“นาย....จะตามฉันอีกทำไมกัน!!!...ฮายาโตะ”ทาเคชิชะงักฝีเท้า...ร่างสูงเหยียดสายกลับมายังสหายรัก...มันเอ่อล้นไปด้วยความเวทนาในแววตานั่น

 

“ฉันก็แค่....ก็แค่....”...ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่พวกเราก้าวข้ามคำว่า ‘เพื่อน’ เลื่อมล้ำสู่ความสัมพันธ์วิปริต...

 

“ก็แค่อยากถามว่า....แก….ยัง….”คำถามยากเย็น...เอ่อล้นด้วยความร้าวระบม...เจ็บปวด...เจ้าของริมฝีปากสั่นระริกก้มหน้าลงมองพื้น...เช่นเด็กน้อยขลาดเขลาเพราะความผิดที่กระทำ...

 

นัยน์ตาคู่เรียวไร้แววตาแห่งความอ่อนโยนต่อไป...ทั้งที่มันมักจะอบอุ่นและสนุกสนานทุกครั้ง...เขาเคยถูกขยี้หัวเหมือนเด็กตัวเล็กๆ...เขาเคยถูกยั้วะด้วยคำพูดแสนกวนประสาท...

 

กลับกันและตละบัด...มันผิดไปหมดแล้ว....ในนั้นคงจะคลั่งด้วยความเย็นชา ...เขาเองก็ไม่เคยคิดว่าพิรุณจะเหยียบเย็นปานนี้....

 

“เราถล้ำตัวไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ฮายาโตะ”คำปฏิเสธแม้นิ่มนวลแต่สำหรับเขาใยมันช่างร้าวรานเหลือเกิน

สายฝนที่สาดเทลงมาอย่างไร้ความปราณี...ทารุณกันเสียจริง

 

พรึ่บ!!!!!...

 

“แล้วแกจะเอายังไง!! แกสามารถนอนกับคนที่ไม่รู้สึกอะไรด้วยได้อย่างงั้นเรอะ!!”ฮายาโตะกระโจนเข้าใส่ร่างของคนที่สูงกว่า....ปกเสื้อของอีกคนโดนกระชากเข้ามาด้วยโทสะ...พร้อมกับที่ร่างเล็กกว่าใส่คำถามอย่างตัดพ้อ....

 

อุ้มมือหนาสัมผัสน้ำใสๆใต้ตาสีเงินสวย....เขากำลังทำให้เพื่อนรักต้องหลั่งน้ำตาเพียงเพราะความพลั่งพลาดที่เขาปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลทั้งหมด....

 

“เพราะนายใจร้อน....เพราะหุนหัน...เพราะนายขวานผ่าซาก...เพราะนายคือ โกคุเทระ ฮายาโตะ.....เพราะลีลานายมันร้อนรุ่มกับฉันเหลือเกิน”คำตอบแทบผ่าหัวใจเขาเป็นสองท่อน วาจายั้วะอาจทำให้เขาคลั่งได้ง่ายๆ....โดยเฉพาะจากปากของคนๆคนนี้

 

“แกไม่ชอบอะไรที่มันดีกว่ารึไง!.....”แม้ว่ามันจะดูบ้า ดูระห่ำ มุทะลุ....เขาที่วิ่งตามคนคนนี้มาอย่างไม่ลดละก็เพื่อจะรั้งคนคนนี้ไว้....แม้รู้ว่า...คนตรงหน้านี้จะมีเจ้าของแล้วก็ตาม....

 

“เคียวยะกำลังรอฉันอยู่....”เสียงเรียบบ่งบอกว่าคนตรงหน้าไม่มีเวลาเหลือมากนัก..แถมยังเอ่ยชื่อเจ้าของที่แท้จริงให้มันเป็นเสี้ยนตำใจเขาอยู่จึกๆ

 

“ฉันจะทำให้แกถึงใจกว่าฮิบาริซะอีก!......”อุ้มมือเคยจับกระชากคอเสื้อแน่ค่อยไล้หลังต้นคอ อ้อยอิ่งและเชื้อเชิญ...แววตาที่เคยเดือดดาลหยาดเยิ้ม....ยั่วยวน....เรียวขาเรียวค่อยแทรกกลางหว่างขาของคนที่สูงกว่า

 

..

…..

……

……..

 

“อา......ฮา...ยาโตะ....”ร่างของเขาต่างหากจะแทบหลอมละลาย...ร่างเปลือยเปล่าขยับสะโพกสุดเซ็กซี่ขึ้นๆลงๆอย่างบ้าคลั่งด้วยแรงตัณหา

 

“อา...อา....อือ....ทา...เคชิ....อืม…อือ”เสียงครวญครางหวานกระตุ้นไอ้สิ่งที่อยู่ใต้เข็มขัดแข็งขึ้นทุกครั้งที่ได้ยิน

 

มือหนารั้งร่างเล็กกดลงมาบนแกนกายของเขาจนสุด...ความโลภที่หาความสิ้นสุดไม่เจอ...มีคืบอยากจะได้ซอก…เสียงกระทบกันของเนื้อลั่นสลับกับคำเรียกร้อง ….ให้เท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ

 

“...อา....ทาเคชิ....ได้โปรด.....อีก..แรงอีก….”คำเรียกร้องมันไม่เชิงกับคำอ้อนวอนแต่ประหนึ่งคำสั่งที่เขาพร้อมจะรับบัญชาอย่างซื่อสัตย์

 

“อา....”เรียวลิ้นร้อนระอุไล้ร่างกายขาว...ความเสียวซ่านกลืนกินคนที่กำลังขยับสะโพกจนครางออกมาไม่เป็นภาษา...เหนียวจนรู้สึกหนืดเหนียวแต่มันก็ต้องการมากกว่านี้อีก.....

 

ยอดอกเชอรี่ถูกทึ้งดึงเหนอะหนะ รอยแดงระเรื่อเพราะรอยกัดของไรฟันยิ่งเพิ่มความเซ็กซี่ให้กับเรือนร่างนี้อย่างหน้าประหลาด

 

“กว่านี้อีก....กว่านี้อีก....ทาเคชิ....มากกว่านี้อีก.....”...แรงจูบ แรงฟัด แรงกระทำ รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

 

เพราะนายใจร้อน....เพราะหุนหัน...เพราะนายขวานผ่าซาก...เพราะนายคือ โกคุเทระ ฮายาโตะ.....เพราะลีลานายมันร้อนรุ่มกับฉันเหลือเกิน...

 

“อา...ฮายาโตะ.....”

“ทาเคชิ......ฉันต้องการนายมากกว่านี้อีก......”

 

------------------------------------------------------------------------------------

นาฬิกาตีบอกเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว....

 

ในห้องสูท....บนเตียงคิงซ์ไซด์ที่ผ้าปูที่นอนเปอะเปื้อนและยับย่น

ร่างบางๆสิ้นสภาพจากกิจกรรมร่วมรักหลับพริ้มอย่างน่ารัก...

 

นัยน์ตาแห่งพิรุณมองออกไปด้านนอกผ่านกระจกสู่ละอองน้ำเหยียบเย็นยิ่งกว่า...เขาเองทั้งมั่วและลุ่มหลงจนไม่อาจถอนตัวขึ้น...นี่มันบ้าชะมัด!

 

“คิดอะไรอยู่....ทาเคชิ....”แขนเรียวโอบรัดเขาจากด้านหลัง การกระทำเช่นนี้ช่างไร้เดียงสาเหลือเกิน…

 

เสื้อสีขาวที่ใหญ่กว่าร่างนั้นถูกสวมใส่อย่างลวกๆ....เผยให้เห็นต้นขาขาวอย่างจงใจ

 

“ฉันทิ้งเสื้อไว้ที่นี่กี่ตัวกันนะ.....”ร่างสูงแหย่ถามร่างเล็กที่เอาเสื้อเขามาใส่ประหนึ่งเป็นเจ้าของ

 

“ก็เยอะอยู่”เขาตอบลวกๆ....เพราะนั่นมันไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากให้ร่างสูงถามกลับมา “เราเป็นแบบนี้กันก็ได้นะ”

 

“…”แสร้งที่จะไม่รับรู้มัน

“เราเป็นแบบนี้กันก็ได้ แค่แวะมาหาฉันบ้าง! แค่แกแบ่งเวลามาให้ฉันบ้าง!” เสียงเล็กตวาดลั่นห้องเขาอุตส่าห์ลดคุณค่าตัวเองลงมาขนาดนี้แล้วแท้ๆ!

 

“ฉันจะกลับแล้ว”มือหนาคว้าเสื้อผ้าจับใส่แบบขอไปทีก่อนจะเดินชนบ่าร่างเล็กออกไป

 

“จะกลับมาอีกรึเปล่า”ลูกอ้อนสุดท้ายแค่การคว้ามืออีกคนไว้ แค่ยื้อมันเอาไว้

“ปล่อยฉันไปเถอะ....”ให้มันเป็นครั้งสุดท้าย ความทรามผิดวิสัยนี่!

 

“ไม่!!!”

“มันควรจะหยุดได้แล้ว!!...ฮายาโตะ”แรงสะบัดมันทำให้คนที่เจ็บทั้งยืนหลุดออกง่ายดาย....และในวินาทีถัดมากลับเป็นเขาที่สัมผัสถึงความเจ็บปวดจนถึงตาย.......

 

..

.....

.......

.........

 

ร่างสูงล้มลงเขาแค่ทรมาน ขัดขืน ดิ้นพร่าน ร้องขอชีวิตในวินาทีสุดท้ายก่อนกลับสู่อ้อมกอดของผู้พรากลมหายใจของเขาไปชั่วนิจนิรันดร์

 

“เพราะนายสนุกสนาน....เพราะร่าเริง...เพราะนายเยือกเย็น....เพราะนายคือ ยามาโมโตะ ทาเคชิ.....เพราะนายใจร้ายกกับฉันเหลือเกิน...”

 

มาเป็นของฉันตลอดกาลไปเลยนะ....ทาเคชิ....นายจะอยู่กับฉันตลอด.....

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

“นายนัดฉันมาทำไมเจ้าสัตว์กินพืช...”วาจาสุดกระด้างหลุดออกจากปากทันทีที่มาถึง

 

“ก็แค่อยากให้นายมาชิมอาหารฝีมือของฉันเท่านั้นเองฮิบาริ”เจ้าของห้องแย้มรอยยิ้มให้กับแขกก่อนหยิบยื่นสเต็กจานหรูให้

 

“นายเองดูโทรมไปมากนะฮิบาริ...เพราะยามาโมโตะรึเปล่า”ต่อหน้าคนๆนี้....เขาไม่กล้าเรียกชื่อท้ายของคนรัก

 

“นายเจอเขารึเปล่า.....”แม้ผิวพันและเรือนผมสีดำยังเปล่งปลั่งแต่รอยช้ำใต้ตาระเรื่อด้วยสีแดงบ่งบอกได้ดีว่าคนคนนี้ต้องร้องไห้และอดนอนมามากเท่าไหร่....

 

เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าพอจะกินอาหารฝีมือเขาลง...อย่างน้อยก็ครึ่งจาน...

 

“อันที่จริง....เขามาอยู่ที่นี่....เขาหลับอยู่น่ะ.....”

 

พรึ่บ!!!!!!!....

 

ฮิบาริรีบวิ่งตรงไปยังส่วนของห้องนอน ในใจนั่นเต้นระรัว คำถามที่อยากจะถามมีมากมายเท่าความคิดถึงที่ล้นเอ่อ

 

 

ทันทีที่เปิดประตู.........

 

ไม่เหลืออีกแล้วความงามแห่งพิรุณ.....ไม่เหลืออีกแล้วพิรุณที่เคยเคลื่อนไหวและขยับไปมาอย่างร่าเริง

 

มีเพียงร่างเละที่ถูกชำแหละ...เครื่องในทุกส่วนพร้อมใจกันล้นทะลักออกมา.....

 

ดวงตาเรียวยังคงเปิดค้างแสดงถึงความรู้สึกสุดท้ายก่อนสิ้นใจ......

 

“นายคิดว่า....สเต็กฝีมือฉันอร่อยไหมฮิบาริ”เจ้าของห้องยืนห่างจากเขาเพียงไม่กี่คืบก็จับตัวเขาได้ง่ายๆ “ฉันไม่ค่อยมั่นใจฝีมือตัวเองนักหรอกนะ....แต่เพราะทาเคชิ...เพื่อนายแล้วฉันเลาะเอาส่วนที่ดีที่สุดของทาเคชิมาเสริฟให้เลยนะ”

 

“นายมันฆาตะ….!!!!!”

 

ไม่รู้ว่าเนื้อของฮิบาริ...จะรสชาติชวนอ้วกแค่ไหน.....บางทีเขาน่าจะเอามันไปบริจาคให้สุนัขจรจัดข้างทาง....

 

แล้วคุณล่ะ.....สนใจรับสเต็กสักจานไหมครับ!!!

 

 ===================================================

เอาฟิคที่เขียนไว้สมัยสอบ GAT และเคยลงผลงานไว้ในเว็บ DEK-D มารีเขียนใหม่ค่ะ

 

ใช้โครงเดิมแก้ไขภาษา ไม่คิดว่าตัวเองสมัยมัธยมปลายจะเขียนฟิคชั่นที่อ่านได้ทะลุปรุโปร่งแล้วก็อ่านสบายมากกว่าตอนนี้ที่วางโครงเรื่องซับซ้อนจนบางทีคนอ่านไล่ตามไม่ทัน เรียกว่าเป็นข้อดีหริอข้อเสียดีล่ะนี่。。。。。

อยากจะเขียนงานที่ทำให้คนอ่านอ่านสบายไม่ต้องไล่ตามงานมากก็เข้าใจ แต่ก็มีโครงเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นแบบผู้ใหญ่ค่ะ ยังไงก็จะพยายามพัฒนาฝีมือเรื่อยๆคะ

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาอ่านผลงานนะคะ ^^ 

 

edit @ 18 Oct 2013 05:12:33 by decaypie

edit @ 18 Oct 2013 05:14:16 by decaypie

BABY BABY[intro Amniotic Sec :: Akanishi Jin Case]

posted on 18 Oct 2013 03:42 by decaypie in BabyBaby directory Fiction, Asian
BABY BABY
Jr.Fiction
[intro Amniotic Sec :: Akanishi Jin Case]

by. decay_pie
 
 
 
 

“แง~~~~~~~~~ แง~~~~~~~”เสียงหวีดร้องลั่นขึ้นมากลางดึก ในเวลาที่ควรจะได้หลับนอนแบบนี้ ชายหนุ่มที่อยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์จำต้องลุกขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายครั้งในคืนเดียว


“เอ๋ๆๆ โอ๋ๆๆ โอยยยยยยยยยยย………….. ฟุมะตัน”ของเหลวเละสีเหลืองอ๋อยล้นทะลักออกจากผืนผ้าอ้อมรอบสะโพกเจ้าแสบตัวเล็กที่กำลังประท้วงผ่านการร้องแหกปาก  

 

“เห้อ………บ้าชิบ”

บ่นไปก็เท่านั้น อคานิชิ รีบจัดการดึงผ้าอ้อมเหม็นชึ่งออกก่อนที่มันจะสร้างราบนผิวก้นบอบบาง ใช้เวลาเพียงแค่ 30 วินาทีในการจัดการล้างก้นและสวมผ้าอ้อมใหม่จนทำให้เจ้าตัวเล็กสบายตัวได้ บางทีเขาอาจจะเป็นแชมป์เปลี่ยนผ้าอ้อมระดับโลกก็ได้



“守も嫌がる 盆から先にゃ (ฉันไม่ชอบการดูแลเด็ก หลังจากเทศกาลผ่านไป) 

雪もちらつくし 子も泣くし(หิมะก็โปรยปรายลงมา แล้วเด็กน้อยก็ร้องไห้ )”

เรื่องราวทั้งหมดก็เกิดขึ้น 1 เดือนก่อน เป็นเหมือนคืนนี้ที่มีหิมะโปรยลงมา

 

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

เสียงลั่นของประตูห้องพักดังขึ้นในรุ่งสรางหลังคริสมาสต์ รุ่งสรางที่เขาอยู่ในอาการเมาค้างจากปาร์ตี้เมื่อวาน ใครเล่าจะคาดคิดว่าความสงบสุข(ชั่วชีวิต)จะถูกทลายลงทันทีที่เขาเอื้อมมือเปิดประตู

“อคานิชิ….”

“อะ…..คุโรกิเองหรอกเหรอ…หายไปนานเลยนะ…นั่นลูกใครน่ะ”บางทีในตอนนั้นเขาเองก็ไม่ควรถามอะไรแบบนั้นออกไป

“ลูกเธอไง อคานิชิ ลูกของฉันกับเธอไง”หญิงสาวตอบกลับมาด้วยเสียงเรียบนิ่ง ในทางตรงข้ามที่กลับเป็นข่าวที่ทำให้เขาสะอึกเสียมากกว่า

“ห้ะ!!!!”

 

“盆が来たとて 何嬉かろ(ถึงแม้เทศกาลนั้นจะผ่านไปแล้ว แต่ทำไมฉันต้องดีใจด้วยล่ะ)

かたびらは無し 帯は無し(เสื้อผ้าป่านก็ไม่มี สายรัดเอวก็ไม่มี)”

 

 

โอเค เขายอมรับทุกวามผิด ทุกข้อกล่าวหา เขากับคุโรกิอยู่ในช่วงวัยแม่เหล็กชายหนุ่มและหญิงสาวที่พร้อมผสมพันธุ์ มันก็ต้องมีบ้าง แบบ sex fired อะไรทำนองนี้แล้วเขาเองก็เป็นพวกไม่คลั่งไคล้ถุงยางนัก แต่การที่มีเด็กหลุดออกมานี่มันเกินคาด 


‘ได้โปรด อคานิชิ ฉันไม่ไหวอีกแล้ว ช่วยรับเขาไปเลี้ยงทีเถอะ’


ชายหนุ่มที่ได้เพียงแต่ยืนนิ่งงัน แววตาของเขาคัดค้านเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวจ้อยในอ้อมกอดคุโรกิ ในหัวที่ขาวโพลนไม่มีคำตอบ ทันทีที่หญิงสาวตรงหน้าเอ่ยปากไหว้วานมันเหมือนหัวใจเขาอ่อนยวบทันทีที่ได้เห็นใบหน้าพริ้มหลับสนิท…นี่เขากำลังดีใจ หรืออะไร ทั้งที่ฐานะเขาเองก็ไม่พร้อมสักอย่าง

 



“この子よう泣く 守をばいじる (เด็กน้อยขี้ร้องไห้คนนี้ ) 

守も一日 やせるやら(ดูแลเด็ก1วัน ก็ทำให้ผอมลง)”

 

 

ในตอนนี้เจ้าตัวเล็กทั้งสบายตัวทั้งนอนหลับสนิท น่ารักน่าชังเหมือนตอนวันที่มาถึง นับจากวันที่มาอยู่ที่นี่ก็ 1 เดือนเต็ม ช่างเป็นช่วงเวลาที่เหนื่อยยาก

ในตอนนั้นเขาคิดยังไงถึงตบปากรับคำเอาเหาตัวเบ้งมายัดใส่กระบานตัวเอง

 

 

“はよも行きたや この佐語こえて(ฉันอยากจะกลับไปเร็วๆ กลับไปสู่บ้านเกิด) 

向こうに見えるは 親のうち(ที่ๆฉันสามารถมองเห็นได้ตรงโน้น คือบ้านพ่อแม่ฉัน)” 

เจ้าเด็กน้อยตรงหน้านี่นับแต่วันนี้ที่นี่ก็คือ ‘บ้าน’ แล้วล่ะนะ ถึงแม้จะไม่ใหญ่โตและเป็นแค่ห้องพักแคบๆ

 

“向こうに見えるは 親のうち(ที่ๆฉันสามารถมองเห็นได้ตรงโน้น คือบ้านพ่อแม่ฉัน) . . . หลับสนิทสักทีนะเจ้าแสบทรวง” 


cr.Takeda no Komori Uta http://www.youtube.com/watch?v=9EGNUhPjQvU (ขอบคุณทั้งเนื้อและคำแปลเลยค่ะ)

======================================================
 
หลวมตัวค่ะ หลวมตัวจริงๆ เพียงแค่นั่งดูนั่นนู้นนี่แล้วก็บ่นในเฟสว่า อยากดู อคานิชิเล่นละครครอบครัวเป็นผู้ใช้แรงงานที่อาศัยในห้องพักแคบๆแล้วก็มีลูกติด

จู่ๆก็สามารถปั่นฟิคขึ้นมาเองค่ะ และลักษณะว่าจะได้เป็นฟิคยาวเสียด้วย เป็นอีกผลงานที่อยากลองทำขึ้นมาดูค่ะ คิดว่าอยากลองแต่งฟิคที่เต็มเปลี่ยนไปด้วย "แรงสู้ชีวิตและตลกแป๊ก" แบบแนวละครครอบครัวของช่องฟูจิทีวีที่จะมาต่อจากข่าวค่ำค่ะ !!! Yell 
 
มีคู่อะไรบ้างคือตอนที่แต่งหัวว่างเปล่ามากค่ะ ยังไม่ได้กำหนดคู่ไหนเป็นคู่หลักเลยค่ะ แต่เป็นฟิคที่ตั้งใจทำเพื่อบ้านทานากะด้วย (เมนของไรต์เตอร์คือ ทานากะโคคิ ค่ะ) กับช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ช็อคและยังทำใจไม่ได้ค่ะ Tongue out

 ขอบคุณทุกคนที่หลวมตัวเข้ามาอ่าน intro แสนสั้นด้วยค่ะ Money mouth

edit @ 18 Oct 2013 05:13:41 by decaypie

too suffer [Ch.4 Paparazzi :: Kamenashi Kazuya Case]

posted on 18 Oct 2013 03:15 by decaypie in toosuffer directory Fiction, Asian

 

 

too suffer 
Akanishi Jin X Kamenashi Kazuya
[Ch.4 Paparazzi  :: Kamenashi Kazuya Case ]

by. decay_pie

 

 

“คาเมะ!!!!.....”


“วันนี้อะไรอีกล่ะไอ้ล้าน…”ร่างบางที่กำลังง่วนอยู่กับการเก็บร้าน มองกลับไปยังเจ้าเพื่อนขี้โวยวายตัวเอ้…

โคคิดูหน้าตาตื่นตูมเป็นคิงคองลูกหาย…ใบหน้าและหัวกลมโชกไปด้วยเหงื่อ…นี่มันไปส่งราเม็งถึงซาอุมารึไงฟระ


“แย่แล้วว่ะ!!...แกดูนี่!!!”

โคคิตาลีตาเหลือกคว้านิตยสารที่ติดมือ ขึ้นมาชี้รูปหน้าปกให้เขาดู…

ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจว่ามันหน้าตื่นเต้นตรงไหนในเมื่อเจ้ารูปอันเบิ้งบนหน้าปกก็เป็นภาพถ่ายดาราสาวที่เขากับโคคิถูกโอตาคุจ้างวางให้ไปแอบถ่ายมาเมื่อวันก่อน…  

อีกอย่างมันก็เอารูปทั้งหมดไปขายต่อ นิตยสารเอง…แล้วมันจะตกใจอะไรถึงขนาดต้องจ้ำหน้าตั้งมา!

คาเมะหรี่ตาเรียวๆส่งไปหาเพื่อนรักอย่างตั้งคำถาม…
โคคิแทบจะเอาหัวเกลี้ยงๆชนกำแพงตาย นี่มันตาเล็กขนาดว่าอ่านพาดหัวนิตยสารไม่เห็นแล้วรึไงว่ะ!!


“ไอ้เหี๊ยนี่!!...แมร่งคือพระเอกซีรี่ย์ 1 litre of tears!”

โคคิกระแทกนิ้วของตัวเองไปที่หัวผู้ชายในภาพถ่าย ถึงแม้จะถูกจัดองค์ประกอบไม่โดดเด่นแต่แค่หน้าตาก็ดึงจุดสนใจได้มากทีเดียว 


คาเมะคว้าเอานิตยสารมาจากมือเจ้าคนขี้ตื่นก่อนจ้องอยู่นานสองนาน…โดยไม่รู้จะตีความหมายว่ายังไง…

มันเป็นคงเป็นโจ๊กฝืดๆยามเช้า เสริฟพร้อมกับแก้มกร่อยๆ…

terser ละครพึ่งถูกเผยแพร่ออกทางสถานีฟูจิทีวีที่ชิบุย่าตอนเที่ยงตรง…

แต่นิตยสารวางแผงตอน 9 โมงเช้า….

แหมกระทั่งแหล่งข่าวของเขายังไม่มีใครทราบถึงหน้าตาของพระเอกนี่….แล้วนิตยสารมันไปอุตริรู้ได้ยังไง….

 



…….!!! บางที.............คงไม่ล่ะมั้ง

“ช่างเหอะน่า…”คาเมะส่ายหัวปัดเรื่องทิ้งก่อนจะโยนนิตยสารกลับให้โคคิที่ยังทำหน้าเหรออยู่

ก็ที่เอามาให้ดูน่ะ!...ถ้ารู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้จะได้ปั่นราคาค่ารูปสักอีกหน่อยหรอก!!...หึ๊ย!!...เจ็บใจ!

 



คล้ายว่าทุกอย่างถูกวางแผนเป็นขั้นตอนไว้หมดแล้ว จากนิตยสารแผงลอยเล่มเดียว กระจายไปสู่นิตยสารทุกเล่ม ถึงไม่มีแหล่งข้อมูลไปมาที่แน่นอน เนื้อหาในคอลลั่มก็แค่การเทียนเขียนของผู้แต่งที่โยงเรื่องและผูกเอาเอง มั่วเอาอย่างหน้าด้านถึงชาติกำเนิดพระเอกคนดัง ก็แล้วทั้งที่มันควรจะกลายเป็นข่าวโคมลอยแล้วค่อยๆจางหายไปเหมือนกับข่าวอื่นๆ



“ฉันขอซื้อภาพเซตนั้นน่ะ เอาแต่ที่ติดเจ้าคนที่กำลังเป็นข่าวเรื่องพระเอก 1 lite of tear”

ผลพวงกำไรของพวกเขาไหลเลื่อนยังกับกระแสน้ำ และดูจะดีกว่าที่ผ่านๆมา ถึงจะเป็นรูปเซตเดิมๆแต่ความเคี่ยวของโคคิไม่ได้เท่าเดิมเลยสักนิด



“ถือว่ายิงได้ไก่ตัวใหญ่เลยนะเนี่ย”

เจ้าล้านแช่มชื่นยิ้มบานทุกครั้งที่ได้รับธนบัตรปึกโต รายได้จากการขายของพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของปากและท้องคุณตากับคุณยายที่ต่างจังหวัด รวมถึงทั้งค่าเรียนของจูริน้องชายคนเก่ง

 

 

 

ติ้ง…..

เสียงเมลล์แจ้งเตือนในเวลาแบบนี้มีอะไรอีกนะ?? ถึงจะคิดเช่นนั้นก็คาเมะก็ต้องเปิดมันขึ้นมาดูอยู่วันยังค่ำ

[mail]

…. ฟูจิทีวีประกาศ จัดแคมเปญพิเศษละคร one lite of tears … JR SOBU LINE CHIBA STATION…

「オタクP」

 

 

“โคคิ!...ไปส่งเงินให้คุณตาคุณยายกันเถอะ”

“ไม่บอกก็รู้อยู่แล้วเฟ้ย!!!!”

คนที่ดูจะดีใจที่สุดก้าวนำหน้าเขาไปก่อนที่จะหันกลับมามองเพื่อนสนิทด้วยความสงสัย



“ฉันหมายถึง….ไปส่งกันให้ถึงมือเลยเถอะ”

“…อะ…อือ เจ้าเต่าโง่!!”ยิ้มแบบนั้นระวังกามจะแตกเข้าสักวันไอ้ล้านบ่อน้ำตาลึกสามเซนเอ้ย~~

จากโตเกียวถึงสถานนีชิบะ แค่ 1000 yen …ไม่ทำให้ขนหน้าแข้งคาเมนาชิล่วงหรอก!

=========================================================

 

 

ร่างเล็กเปลือยเปล่าประหนึ่งนกน้อยปีกหัก หยาดน้ำตาที่ล่วงหล่นจางหายไปกับผ้าปูที่นอนยับย่น

ทั้งที่เป็นนครอันสว่างไสว แต่บนคอนโดที่ยังคงเงียบและหนาวเหน็บเกินไปสำหรับเธอ ร่างเนื้อสาวพลันแทบสลาย ช่องทางพรมจรรย์ราวถูกทึ้งฉีกไร้ซึ่งความปรานี

 

ถ้อยคำรักต่างคำลวงหลอก การโอบกอดที่เร่าร้อนแต่กลับช่างน่ารังเกียจ จบลงที่เสียงสะอื้นไห้ไม่อาจเปล่งออกมาได้เท่าที่อยากทำ

ปึกแบงค์กระจัดกระจายห่มร่างของเธอต่างอะไรจากโซ่ล่ามพันธนาการ ค่าแลกเปลี่ยนกับร่างกายของเธอ เป็นเพียงตัวเลขและจำนวนเศษกระดาษฤา

กระนั้นก็ไม่อาจเอ่ยปากค้านขอความกรุณาจากใคร กระทั่งคำวิงวอนก็น่าละอาเหลือเกิน

 

 

….คาเม คาเม คาเม คาเมะ~….

เสียงโทรศัพท์ที่ลั่นขึ้นในกลางดึก…ฉันไม่อยากจะรับมันเลย….

 

 

“….ช่วยด้วย….”

 

 

ช่วยฉันที…คาซึยะ….

===============================================

 

ติ้ง…..

[mail]

……อีก 5 นาที…รายการจะ ON AIR…นายอยู่บนรถไฟแล้วสินะ!...

「オタクP」

 

คาเมะจับจ้องหน้าจอสกรีนสีขาวสะอาด น่าประหลาดที่เขาได้รับเมลล์อย่างต่อเนื่องจากลูกค้าคนก่อน ซึ่งบังเอิญว่าสร้างกำไรให้เขาได้เป็นกอบเป็นกำ

 

“การที่แกพกกล้องมา แสดงว่าแกมั่นใจว่าข่าวมันชัวร์สินะ”

 

“ก็ไม่แน่ว่ามันอาจจะผิด หรืออาจจะถูก”

 

คาเมะยักไหล่วางฟอร์มเล็กน้อย แน่นอนว่าเขาไม่ได้ปักใจเชื่อแหล่งข่าวอากาศนี่ตั้งแต่แรก แต่คงเพราะความรู้สึกบางอย่างลึกๆทำให้เขาไม่อาจวางใจได้อย่างข่าวลวงที่ผ่านๆมา

 

“หรือว่า!!....คุณลูกค้าเขาหลงความหล่อของแก เลยจงใจส่งข่าวให้แกเป็นการจีบทางอ้อมวะ!”

ผู้คนยังไม่หนาแน่นเท่าช่วง golden week แต่ก็มีแต่ผู้หญิงซะส่วนใหญ่…รถไฟเคลื่อนตัวออกมาได้ 10 นาทีแล้ว

 

“ไอ้โรคจิต เขาเป็นผู้ชายเว้ย”

ในพื้นที่จำกัดและเปิดเผยขนาดนี้....แปลกที่ไม่มีใครมีฉายแววกาจหรือสต๊าฟออกมา

 

“ไอ้ตายด้านเอ้ย! ความรักมันไม่มีเพศแบ่งกั้นหรอกเฟ้ย ฮู้ววววว”

ตรงที่นั่งฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มเจ้าของฮู๊ดสีขาวคลุมใบหน้าไว้มิดชิด…นิ้วมือพันไปรุงรังด้วยสายหูฟังกับรองเท้าผ้าใบขยับไปมาอย่างร้อนรน

…ความขมุกขมัว กับความวุ่นวายในใจ …
อาการแบบนั้นน่ารำคาญยิ่งกว่าโคนผมของโคคิที่กำลังงอกขึ้นอยู่ตอนนี้...

 

….. “อ่า…เยี่ยมยอดไปเลยนะคะ เป็นตัวละครที่ซาวาจิริซังต้องทุ่มเทมากเลยทีเดียว”

บทสัมภาษณ์เริ่มไปได้สักพักใหญ่แล้วผ่านทางหน้าจอ LCD ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าฟูจิทีวีทุ่มทุนซื้อเวลาบนรถไฟฟ้าและจอหลักตามเขตต่างๆเพื่อ แคมเปญนี้โดยเฉพาะ

 

“แต่ว่านักแสดงนำในบทอาโซ่คุงเองก็ต้องทุ่มเทมากเช่นกัน แต่จนกระทั่งตอนนี้เราก็ยังไม่รู้จักเขากันเลยค่ะ”

ภายในสตูดิโอใช้ออกอากาศมี ผู้กำกับและเอริกะ ซาวาจิริและนักแสดงนำอีก 2-3 คนเท่านั้น …..

 

 “ครับ ตอนนี้คงกำลังทำความคุ้นเคยกับผู้โดยสารบนรถไฟที่กำลังมุ่งหน้าไปชิบะอยู่น่ะครับ”

…ความกังวลกัดกินริมฝีปากของเขา ทั้งที่พยายามข่มมันไว้ด้วยซีกฟัน…

...ดูเหมือนตัวคาเมะเองก็ไม่อาจสงบสติตัวเองอยู่ได้…

“อะ….เอ๋!!”

 

คำสถบฉงนเข้ากับเสียงกลั้วะหัวเราะสูงวัยจากผู้กำกับราวกับเป็นเรื่องตลก ในขณะที่รถไฟส่งกลิ่นจราจลโขมงแล้ว!

…เรียวนิ้วไล้วนเวียนบนปุ่มชัตเตอร์และตัวกล้อง...

 

“เรียนท่านผู้โดยสาร ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ เนื่องจากจะมีการถ่ายทำขึ้น ขอให้ท่านผู้โดยสารทุกท่านอยู่ในความสงบเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายค่ะ”

สัญญาณตัดฉับเป็นทิวเมืองหากแต่มันเคลื่อนที่ ….ซึ่งคนที่อยู่บนรถไฟเท่านั้นถึงจะเห็นวิวแบบนี้!!

 


เหมาะเจาะกับวิวที่เขาเห็นในตอนนี้....จากโบกี้นี้....

 

“เฮ นิชิกิโด คนข้างๆนายเห็นหน้านายชัดกว่าในหนังสือ ปาปารัซซี่รึเปล่า”

เสียงผู้กำกับจากห้องส่ง ….รอดผ่านตามลำโพงของสมาร์ทโฟนใกล้ๆ

 

ดูง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย …

ใครที่กำลังถือโทรศัพท์รายงาน สถานการณ์แบบ real time...

“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ  คชิกะวะ ซัง Hi~~~”

“เห้ย!!!!!”

 โคคิลั่นเสียงขึ้นทันที ร่างผอมกระโจนเข้าหาเพื่อนสนิท จนเล่นเอาคาเมะหน้าเหวอไปด้วย หรือแม้แต่เขาก็ไม่ทันตั้งตัวหรอกหากเป้าหมายหลักจะอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้

???  !!!!!!!

 

ชายหนุ่มผิวคล้ำขยับ cap ออก ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้เลนส์หน้าของไอโฟนราคาหนักกระเป๋า โบกมือทักทายผู้โดยสารบนรถเล็กน้อยด้วยท่าทางร่าเริงเฉกเช่นชายหนุ่มทั่วไป 


เสี้ยววินาทีที่โบกี้รถไฟเงียบสงัด …คาเมะโยนโคคิออกจากกองตักไม่มีปราณีใดๆ…

“เอ๊ะ!.....”

“อะ….มะ ไม่นะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!”

…ส่งเพื่อนรักสู่เหตุจลาจลบนรถไฟขนาดย่อม…ด้วยใจรักชนิดหาที่สุดไม่ได้…


“สวัสดีครับทุกคน นิชิกิโด เรียว ครับ” ไอโฟนถูกเทินขึ้นสูงจากแขนของคนที่ประกาศตัวกลางรถไฟ ภาพจลาจลของแฟนเกิร์ลออกอากาศผ่านฟูจิทีวีไปทั่วประเทศ

ร่างสาวน้อยที่ประทังเข้ามาไม่ต่างจากปิรันย่ารุมทึ้งเหยื่อ ดันจนนักแสดงหนุ่มชิดกับเบาะไม่ต้องไปไหน


“ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ~~~” ขณะที่เจ้าตัวก็ดูสมยอมน้อยเสียเมื่อไหร่

 

“โอ๊ะ!!!” ปลายทางสถานีที่พีธีกรถึงกับสถบออกมาทันทีที่ได้เห็นรูปโฉมพระสังข์


“นิชิกิโดคุง เขาบอกว่าอยากใกล้ชิดกับทุกคนน่ะค่ะ เลยขอร้องให้ฉันมานั่งสัมภาษณ์โดยไม่มีพระเอกน่ะค่ะ” เอริกะพูดตัดขึ้นมาขณะที่เธอแสดงสีหน้ายิ้มแย้มกับภาพที่เกิดขึ้น  “ฉันว่านิชิกิโดคุงเป็นพระเอกที่ดูจะใจร้ายมากเลยค่ะ”


เสียงหัวเราะจากเพื่อนร่วทแสดงในห้องส่งดูจะเป็นแรงเสริมจากกลุ่มนักแสดงดูเหมือนจะทวีความน่าเอ็นดูเข้าไปใหญ่

ความวุ่นวายกระเจิดกระเจิงแบบที่ไม่มีหน่วยรักษาความปลอดภัย มันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่นักกลับเอื้อให้เขาทำงานสะดวกขึ้น แทบไม่ต้องกังวลว่าจะถูกจับได้ด้วยซ้ำ

 

 

 

….แต่ไอ้ที่ไม่อำนวยเท่าไหร่
 
“อ้ะ! ว๊ายยยยยย ขอโทษค่ะ!”

จะเสแสร้ง หรือ บังเอิญ……

 


‘สถานีต่อไป สถานนีชิบะ next station Chiba’  ….มันคือเรื่องตลกอันสมจริง


“ไม่เป็นไรนะครับ...”

ยิ่ง(ใช้ฟันกราม)ข่มไว้เท่าไหร่ (ริมผีปากล่าง)ก็ยิ่งเจ็บเท่านั้น

อาจเพราะเวลาเร่งรัดและระยะกระชั้นชิด ทำให้คาเมะเลิกที่จะสนใจแล้วเอามันไว้ที่หลัง

 

“ค่ะ ขะ ขอโทษ…..นะคะ……คะ......................คุณ......”

หรือคงเป็นแรงดึงดูดที่โลกสร้างกระมั้ง……

 

“อคานิชิ จิน ครับ”

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

“สถานีชิบะ Chiba station กรุณาระมัดระวังขณะก้าวออกจากรถไฟด้วยค่ะ”

 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

 

โถ่เว้ย!!!!



=================================================

 

ร่างเล็กทะยานตัววิ่งสุดกำลัง เรียวขาลีบๆสับกันรวน ทั้งที่สมองไม่แม้แต่จะประมวลเส้นทาง ร่างกายเขากลับคิดแทนให้ทุกหัวมุมเลี้ยว!

ถึงจะเป็นสถานีและมีป้ายห้ามวิ่งแต่!!  ให้ตายเถอะนี่มันเวลาเงินเวลาทอง พลาดสักเสี้ยววิเดียว ตังค์หายเป็นพันเชียวนะ!

 

…เรื่องความไวยอมยกผลประโยชน์ทั้งสิ้นให้เจ้าหนี้เขาเลย....

 

ร่างเล็กแทรกตัวเข้าไปในซอกแสนอึดอัด...ก่อนที่ไหล่จะชนเข้ากับใครอีกคนเข้า

 

ป้าง!!

“เฮ้!!!! ระวังหน่อยสิฟร่ะ” โชคร้ายที่มารยาทอีกคนไม่ดีเท่าไหร่

“ขอโทษครับ…” ร่างเล็กไม่ได้ฟังคำท้วงติงใดๆ เพียงแต่ใช้ตัวลีบๆ รอดผ่านไปเท่านั้น


“แหมๆ ฉันล่ะเขินทีเดียวที่ได้มาอยู่ในระยะประชิดกับหนุ่มหน้าหวานขนาดนี้” แขนใหญ่แสร้งยันกำแพงฝั่งตรงข้ามเอาไว้ กั๊กไม่ให้เขาผ่าน

…เวรอะไรของเขานัก!! ยิ่งรีบๆอยู่!!

 

“นาย....ไอ้หนู”คนตรงหน้าไม่ต่างอะไรกับตาลุงไร้อันจะกิน ยิ่งผิวสีเข้มกับร่างกายใหญ่ๆชวนให้เขานึกถึงกรรมกรไม่เพี้ยนไปจากนี้หรอก

 

มันน่าสะอิดสะเอียนที่ต้องมาติดในซอกหลืบเล็กๆกับมนุษย์ใช้แรงงานตัวเหม็นเหงื่อ วะ!! คาซึยะ นายวิ่งมาผิดทางแล้วไหมล่ะ!!!

สถานการณ์ที่ไม่อาจจ่ำอ้าวได้น่าขยะแขยงจับใจ ชวนเสียวสันหลังวาบไปมาอย่าพูดไม่ถูก…

 

“นี่!!!....ฉันกำลังตามหาตากล้องมือดี สนใจก็โทรมา เงินดีนะ!”เศษกระดาษฉีกอย่างไม่เรียบร้อยพร้อมเบอร์ติดต่อแบบลวกๆ ต่างนามบัตรง่ายๆชวนเขาประหลาดใจก่อนที่จะมันจะเป็นความโล่งใจในวินาทีถัดมา

“ขอบคุณ ไว้ผมจะติดต่อไป…อีกอย่างผมรีบ! ”คำรับปากซั่วๆขอไปที ไอ้ตัวเขาอยากจะออกไปเต็มทน!

 

“ใจเย็นน้องชาย!...สัญญาว่าแกจะโทรมา…”ใบหน้าคมยื่นลงมาใกล้ในระยะแถบแหกรูขุมขน ใกล้พอที่เขาจะได้กลิ่นบุหรี่จนเดายี่ห้อได้!

“เออน่า!!” แม่ง! จะเลิศเลอวิเศษณ์อะไรนัก ถ้าไม่ใช่เบอร์ผีบอกที่มั่วเขียนเอา อย่างเก่งก็สตูดิโอถ่ายนู๊ดเปลื้องผ้า จะรั้งไว้ทำกระดองเต่าให้บุพการีรึ!!

 

“วะ! ดารา 2 คนนั้นจะถูกพาไปที่ออฟฟิศของสถานีสักพัก อาจจะสัก 10 นาทีล่ะมั้ง….อ้าว!! เห้ย!! ไอ้หนู!”

ร่างเล็กกระโจนออกจากจุดสตาร์ททันที ขาไวๆจ้ำตรงไปยังออฟฟิศโดยไม่ทันไตร่ตรองคำพูดอะไรคำโว ไม่คิดกระทั่งว่ามันอาจเป็นเรื่องโกหก


ชั้นล่างสุดของสถานียังคงมีเสียงกรี๊ดกร๊าดอย่างหนาหู เขาแทบเดาไม่ออกเลยว่าสภาพเพื่อนสนิทจะยับเยินเท่าไหร่ เมื่อถูกเหล่าแฟนเกิร์ลอัดไปมา

 

คาเมะหลบเข้าไปหลังโต๊ะสำนักงานตัวใหญ่ เสียงหอบดังเท่าที่มันยังพอมีเวลาจะดังได้ แม้ทั่วออฟฟิศจะมีกล้องวงจรปิดอยู่บ้างแต่ไฟทำงานก็เหมือนจะถูกตัดออกไปจากเหตุผลบางอย่าง…

 

ติ้ง.....

 [mail]

…สต๊าฟจะเอาตัวทั้ง 2 คนไปพักในออฟฟิศสถานี ….ให้ไปรอที่นั่น...

「オタクP」

 

ตาลุงนั่นคงจะเล่นเก้าเกบ่อยล่ะมั้ง ถึงได้เกร็งได้เจ้งเป้งขนาดนี้!

“คิมุระ ทาคุยะ….”เศษกระดาษที่มีแค่ชื่อกับเบอร์โทร คนบ้านไหนเขาติดต่อจ้างงานกันแบบนี้บ้าง…


ครืดดดดด….!!!!!

“ช่วยรออยู่ด้านในสักครู่นะครับ อีกสักพักเราถึงจะพาคุณออกไป”

“รบกวนด้วยนะครับ~~~”

 

!!!!!! ….

 

ถ้าโบราณเคยว่า “อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง” มันก็ผิดตั้งแต่วันนี้…

คาเมะหดหัวหดขาเขยิบเข้ามุมยังพอเก็บภาพทั้งคู่ได้

 

เงาสะท้อนทั้งคู่สะท้อนบนเลนส์นูนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงกรอชัตเตอร์เบาๆทุกครั้งหลังเก็บภาพ...

จากหน้าประตู เก้าอี้ออฟฟิศ และโต๊ะทำงานที่กำลังถูกยุ่มย่ามอย่างไร้มารยาท

 

“นายมาทำอะไร…”

ใบหน้าขี้หงุดหงิดแทบจะเป็นคนละคนกับบนรถไฟ...นิชิกิโด…ผู้ชายที่ดูจะยิ้มได้กับทุกคน ในตอนนี้เป็นบุคลิกตรงข้ามสิ้นเชิง

 

“ที่นี่?” ถือตัว...

“……”

 

“และตรงนี้?”เจ้าอารมณ์....

“……”

 

“อคานิชิ!!!!”  ความอดทนของเขาต่ำกว่าที่แสดงออกเยอะ!!

เกร้ง!!!!!

“น่ารำคาญชะมัด…”

 

คำถามถูกปฏิเสธอย่างยียวน นายแบบลิปสติกนั่นดูมีอิมเมจอันตราย ลึกลับ และหยาบคาย เห็นได้ชัดจากการที่เขามองข้ามหัวคนถามเพราะกิจกรรมการควงปากกามันดูสนุกกว่า กระทั่งมันล่วงลงพื้น

 

“ ก็แค่ถามในสิ่งที่คนเคยรู้จักควรจะถาม ??”

สถานการณ์หน้าอึดอัดกับ ข้อชวนฉงนแฝงไว้ในบทสนทนา…พวกเขารู้จักกันมาก่อนหน้านี้ ??

 

“ฉันจำไม่ได้ว่าเราเคยรู้จักกันนะ…”

“ห๊า!!!!”

 

“ห๊ะ!”

 

“ใครอยู่ในนี้!!”

เสียงคำรามลั่นนั่น กระชากให้คาเมะกลับมาแล้วไตรตรองได้ว่า เขาพึ่งจะสถบสงสัยออกไป มือที่ตะบบปากเปราะๆไม่ทัน คิดแล้วมันน่ากระฉากความโง่ของตัวเองออกมานัก!!

 

ครื้น!..... เกร้ง ปั้ง!!

“จะออกมาดีๆ หรือจะยื้อเวลาเล่นซ่อนหา หนูโสโครก!”

ถ้อยคำตะคอกทั้งสรรพนามเล่นเอาแสบจี๊ดไปถึงลิ้นปี่ แม้แต่ภายในหูของเขาเอง มันยังเอกโค่ตอกย้ำซ้ำๆ ขาเล็กดันตัวเองเข้าไปใต้โต๊ะ…

 

ปัง!!!!....

 

“เฮ้ย!”

ชิบหาย.!!!!!!!!!....เพราะเสียงเก้าอี้ออฟฟิศกระแทกกับโต๊ะตัวที่เขาพักพิงอย่างแรงมันทำให้ขวัญเขากระเจิดกระเจิง หมดกัน!!!

 

“ออกมา!!!”

 ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!

แรงเตะที่สีข้างโต้ะพยายามไล่หนูตัวจ้อยออกมาจากรู นายแบบลิปสติกนั่นคงยั้วะขนาดพอจะบีบเขาแหลกคามือซึ่งมันจะเกิดขึ้นทันทีหากเขาจำยอมออกไปตอนนี้

 

“หึ………….ฉันจะดึงแกออกมาเอง!!!.”

!!!!!!!!!!!!

 

“ออกมา!!!!!”มือใหญ่ทึ้งกระฉาก ‘หนูตัวโต’ ออกจากรู

มือไม้แห้งๆที่เขาเชื่อว่ามันสกปรกพยายามปัดป้องใบหน้าขัดขืนกับแรงดึงดัน เสี้ยววินาทีแสนอลหม่านแสงแฟลชพลันวูบเข้าใส่ตา ส่วนเจ้าหนูโสโครกกลับวิ่งหนีอุตลุด!!!


“บ้าเอ้ย!!!!!!”

“หึ..............ฝีมือจับ ‘หนู’ นายมันแย่เหลือเกินนะ”

เขาหันมองตามเสียงด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่านก่อนมันแทบจะระเบิดตรงนั้นทันทีเมื่อพบว่า เจ้าคนที่ยืนแสยะยิ้มบันเทิงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาที เรียวเลือกจะนิ่งเฉยและปล่อยให้ ‘หนู’ วิ่งออกไป!!

“แก!!!!!! ”ถ้าไอ้บ้านี่มันไม่ประสาทกลับ สมองก็อาจมีพยาธิไช เดี๋ยวเขาจะเป็นคนล้วงมันออกมาจากกะโหลกเพื่อชันสูตรเอง!!! 
 
 
====================================
 
หายไปนานมากค่ะ ขออภัยจริงๆ แต่เป็นตอนที่แต่งแล้วรู้สึกว่าแทบเข้าไม่ถึงตัวละครเลยสักนิด ความจริงแอบคิดว่าตัวเองเข้าไม่ถึงตัวละครตั้งแต่แรก พอเอาย้อนกลับมาอ่านใหม่แต่ต้น แต่นับจากนี้จะพยายามพัฒนาฝีมือมากขึ้นค่ะ

อยากจะลองใส่มุกเพิ่มเติ่มเข้าไปเพื่อให้ดูเป็นฟิคที่มาคุเกินไป ยังไงนี่อาจจะไม่มีคนเข้ามาอ่านเลยก็ป็นได้ เพราะละทิ้งไปนานพอสมควร

แต่สำหรับผู้อ่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านก็ขอบคุณมากค่ะ แค่รู้ว่าฟิคยังมีคนอ่านก็ดีใจมากแล้วค่ะ 

edit @ 18 Oct 2013 03:39:06 by decaypie

edit @ 18 Oct 2013 03:40:59 by decaypie

edit @ 18 Oct 2013 05:13:26 by decaypie

君の空 [romantic drama fiction]

posted on 10 Apr 2013 05:43 by decaypie directory Fiction


君の空 :: decaypie

Original  Fiction




คุณเคยมีความรักบ้างไหมคะ….

ไม่ว่ามันจะยาวนานเท่าไหร่ คุณก็รู้สึกว่ามันอยู่รอบตัวและโอบกอดคุณเอาไว้ เหมือนท้องฟ้าที่สดใสในตอนนี้….

……..

“มิยูกิ….มิยูกิ”

“ถ้าเธอจะเรียกฉันบ่อยขนาดนี้ กลัวลืมชื่อฉันรึยังไง” ทุกครั้งที่เขาเอ่ยชื่อของฉัน ฉันกลับรู้สึกรำคาญเสมอ สำหรับฉันในตอนนั้นเขาก็เหมือนกับแมลงหวี่ที่บินไปมารอบๆตัว

“วันนี้เธอจะไปที่ต้นซากุระไหม ฉันจะรอเธออยู่ที่นั่นนะ!” ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันจะต้องไปที่ต้นไม้น่าเบื่อนั่น หลังเลิกเรียนฉันก็อยากจะตรงกลับบ้าน หรือคาราโอเกะต่างหาก

ฉันไม่เคยไปที่นั่นเลย ที่ต้นซากุระของโรงเรียนที่ฉันไม่เคยคิดแม้จะใส่ใจ ฉันไม่รู้แม้กระทั่งการรอคอยของเขาคนนั้น

 

“มิยูกิ เธอไม่ไปอีกแล้วนะ! ฉันรอเธอจนยุงกัดบวมไปทั้งตัวแล้ว”

“ก็ฉันบอกแล้วยังไงว่าไม่ไปน่ะ!” แค่ต้นซากุระมีอะไรน่าสนใจนักหนา ฉันไม่มีเวลาทำเรื่องไร้สาระอย่างการไปช่วยพรวนดินหรอกนะ

“วันนี้ฉันก็จะรอเธออยู่ที่นั่นนะ เลิกเรียนแล้วมาด้วยล่ะ”

ทุกครั้งที่เขาพูด เขาไม่เคยฟังคำตอบจากฉัน  คนเอาแต่ใจแบบนั้นที่มาพัวพันกับฉัน ไม่มีค่าพอให้ฉันสนใจหรอก

 

“มิยุกิ…………..”

 

“ต้นซากุระ เธอต้องไปนะวันนี้”

 

“มิยูกิ เธอไม่รู้จักต้นซากุระรึไง”

 

“มิยูกิ….มิยูกิ!”

 

ตลอดเทอมสุดท้ายของมัธยมปลายฉันก็ยังต้องได้ยินเสียงของเขาทุกวัน และประโยคเดิมๆที่พูดถึงต้นซากุระของโรงเรียนหลังเลิกเรียน  เวลานัดเดิมๆ กับที่เดิม และทุกวัน

มันค่อยๆกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของฉัน….

 

จนกระทั่งเมื่อท้องฟ้าในวันจบการศึกษามาถึง………….ฉันกลับไม่ได้ยินเสียงของเขา พร่ำพูดถึง แปลงดอกไม้อย่างเคย

ดอกซากุระกำลังร่วงโรย ตัวตนของเขาค่อยปรากฏชัดเจนในความคิดของฉันตรงเก้าอี้ที่สายตาฉันไม่เห็นแม้ร่างกายของเขา

 

มันเหมือนท้องฟ้าที่น่าจะสดใสแต่ข้างในของฉันกลับรู้สึกอ้างว้าง ราวกับถูกคว้าหัวใจออกไป…..

พวกเราจากกันโดยแม้ไม่มีกระทั่งคำอาและรอยยิ้มส่งท้าย ….

 

“ฮัลโล ว่าไงเรนะจัง”

“……………..”

“!!!!!!!!!”

 

ในช่วงสุดท้ายก่อนซากุระจะร่วงโรย…ฉันวิ่งกลับไปตรงที่ฉันไม่เคยคิดจะไปยืนตรงนั้น……

ต้นซากุระที่เหมือนกันกับทุกวัน…ทำไมฉันไม่เคยสังเกตว่ามันเปลี่ยนแปลงออกไป…

ในทุกๆเย็นที่ฉันปล่อยให้เขาเฝ้ารอฉันอย่างเพียงลำพัง…

“君の空”

ฉัน….รับรู้แล้ว….ต้นไม้ใหญ่กับริบบิ้นสีขาว เส้นหมึกที่ค่อยเลือนหายตามเวลา กลิ่นจางๆที่ฉันไม่ควรจะสัมผัสได้เหมือนกับกลิ่นจางๆจากตัวเขา

“君の空”

เขากระซิบข้างหูของฉันครั้งแล้วครั้งเล่า โอบฉันเอาไว้จากหลังที่เหยียบเย็นสุดเหว่ว้า………….แม้กระทั่งว่าฉันหันหลังกลับไปมันจะคืออากาศและคือคามว่างเปล่าก็ตาม

“君の空”

พวกเราจากกัน(ไปตลอดกาล)โดยแม้ไม่มีกระทั่งคำอาและรอยยิ้มส่งท้าย ….

 

 

“ขอโทษนะ………………………”

กระทั่งน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของฉันในวันนี้ก็ไม่อาจเหนี่ยวรั้งเขาไหว…….

เธอจะเป็นเสมือนท้องฟ้าสำหรับฉัน…….ตลอดไป

……………………………………………………………………………

เนื่องจาก too suffer ไม่ขยับไปไหนสักตี๊ดดดดดดด เลยหยิบเรื่องนี้มาให้อ่านแก้ขัดกันก่อนค่ะ เป็น short fic แนวโรแมนติด ดราม่า ค่ะ ขอบคุณสำหรับการติดตามนะคะ ^^

each one blog @ fc2 [fiction blog only >///<]

posted on 07 Mar 2013 16:39 by decaypie directory Lifestyle
 
 
 
 
 
 
===อันนี้คงเป็นเรื่องนอกเหนือ fiction ค่ะ=====

ก่อนอื่นเลย ต้องบอกว่า ประสบความสำเร็จกับ การปั่น blog ใหม่สำเร็จจนได้ !!! // ทำเอาเรี่ยวแรงหายไปทั้งคืนลย

นั่นก็คืออออออออออออออออออออ...




blog ของ FC2 นั่นเอง!!!!!

สำหรับคนที่ติดตามผลงานของคุณพายในลักษณะ ของ fiction Jr. สามารถติดตามได้ทางบล็อก FC2 เลยค่ะ

ความแตกต่างระหว่าง blog exteen กับ blog FC2 คือ ทาง blog FC2 จะเน้นเป็น fiction only กับ moment akame ข่าวสารเรื่องราวเกี่ยวกับ Jr. เท่านั้นเลยจ้า ที่สำคัญคือ blog Fc2 ยังมีความกว้างของเนื้อหา fiction ที่จะลง มากกว่าค่ะ

แหน่ะ แหน่ะ.....รู้นะ ว่าสาวๆ Y บางคนในสาย Jr. อยากอ่านฉาก NC บ้างใช่ไหมล่ะคะ !!! ติดตามได้ทาง blog FC2 ที่เดียวเลยจ้า


ส่วน blog exteen ไม่ได้ทิ้งหายตายจากไปไหนนะคะ fiction ที่มีวามปลอดภัย แบบไม่ลึกเข้าถึง NC จนมันเกินงามก็รับรองว่ามาปล่อยลงที่นี่แน่นอนค่ะ

เร็วๆนี้คิดว่าอยากจะลองเปลี่ยน blog exteen แบบอัแมนน่วล ด้วยค่ะ ส่วนใหญ่เป็นเกี่ยวกับเรื่องร้านอาหารที่คุณพายอยากจะแนะนำค่ะ

ว่าง่ายๆคือ อาจจะมีส่วนอื่นเพิ่มเติมเข้ามาในเนื้อหาของ blog exteen ค่ะ

ยังไงก็ฝากติดตามกันทั้ง 2 blog เลยแล้วกันค่ะ

นอกจากนี้ยังมีเพจและทวิตเตอร์ด้วยนะคะ สะดวกทางไหนก็เชิญเลยค่าาาาา

edit @ 7 Mar 2013 16:53:40 by decaypie

Tags