too suffer [Ch.4 Paparazzi :: Kamenashi Kazuya Case]

posted on 18 Oct 2013 03:15 by decaypie in toosuffer directory Fiction, Asian

 

 

too suffer 
Akanishi Jin X Kamenashi Kazuya
[Ch.4 Paparazzi  :: Kamenashi Kazuya Case ]

by. decay_pie

 

 

“คาเมะ!!!!.....”


“วันนี้อะไรอีกล่ะไอ้ล้าน…”ร่างบางที่กำลังง่วนอยู่กับการเก็บร้าน มองกลับไปยังเจ้าเพื่อนขี้โวยวายตัวเอ้…

โคคิดูหน้าตาตื่นตูมเป็นคิงคองลูกหาย…ใบหน้าและหัวกลมโชกไปด้วยเหงื่อ…นี่มันไปส่งราเม็งถึงซาอุมารึไงฟระ


“แย่แล้วว่ะ!!...แกดูนี่!!!”

โคคิตาลีตาเหลือกคว้านิตยสารที่ติดมือ ขึ้นมาชี้รูปหน้าปกให้เขาดู…

ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจว่ามันหน้าตื่นเต้นตรงไหนในเมื่อเจ้ารูปอันเบิ้งบนหน้าปกก็เป็นภาพถ่ายดาราสาวที่เขากับโคคิถูกโอตาคุจ้างวางให้ไปแอบถ่ายมาเมื่อวันก่อน…  

อีกอย่างมันก็เอารูปทั้งหมดไปขายต่อ นิตยสารเอง…แล้วมันจะตกใจอะไรถึงขนาดต้องจ้ำหน้าตั้งมา!

คาเมะหรี่ตาเรียวๆส่งไปหาเพื่อนรักอย่างตั้งคำถาม…
โคคิแทบจะเอาหัวเกลี้ยงๆชนกำแพงตาย นี่มันตาเล็กขนาดว่าอ่านพาดหัวนิตยสารไม่เห็นแล้วรึไงว่ะ!!


“ไอ้เหี๊ยนี่!!...แมร่งคือพระเอกซีรี่ย์ 1 litre of tears!”

โคคิกระแทกนิ้วของตัวเองไปที่หัวผู้ชายในภาพถ่าย ถึงแม้จะถูกจัดองค์ประกอบไม่โดดเด่นแต่แค่หน้าตาก็ดึงจุดสนใจได้มากทีเดียว 


คาเมะคว้าเอานิตยสารมาจากมือเจ้าคนขี้ตื่นก่อนจ้องอยู่นานสองนาน…โดยไม่รู้จะตีความหมายว่ายังไง…

มันเป็นคงเป็นโจ๊กฝืดๆยามเช้า เสริฟพร้อมกับแก้มกร่อยๆ…

terser ละครพึ่งถูกเผยแพร่ออกทางสถานีฟูจิทีวีที่ชิบุย่าตอนเที่ยงตรง…

แต่นิตยสารวางแผงตอน 9 โมงเช้า….

แหมกระทั่งแหล่งข่าวของเขายังไม่มีใครทราบถึงหน้าตาของพระเอกนี่….แล้วนิตยสารมันไปอุตริรู้ได้ยังไง….

 



…….!!! บางที.............คงไม่ล่ะมั้ง

“ช่างเหอะน่า…”คาเมะส่ายหัวปัดเรื่องทิ้งก่อนจะโยนนิตยสารกลับให้โคคิที่ยังทำหน้าเหรออยู่

ก็ที่เอามาให้ดูน่ะ!...ถ้ารู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้จะได้ปั่นราคาค่ารูปสักอีกหน่อยหรอก!!...หึ๊ย!!...เจ็บใจ!

 



คล้ายว่าทุกอย่างถูกวางแผนเป็นขั้นตอนไว้หมดแล้ว จากนิตยสารแผงลอยเล่มเดียว กระจายไปสู่นิตยสารทุกเล่ม ถึงไม่มีแหล่งข้อมูลไปมาที่แน่นอน เนื้อหาในคอลลั่มก็แค่การเทียนเขียนของผู้แต่งที่โยงเรื่องและผูกเอาเอง มั่วเอาอย่างหน้าด้านถึงชาติกำเนิดพระเอกคนดัง ก็แล้วทั้งที่มันควรจะกลายเป็นข่าวโคมลอยแล้วค่อยๆจางหายไปเหมือนกับข่าวอื่นๆ



“ฉันขอซื้อภาพเซตนั้นน่ะ เอาแต่ที่ติดเจ้าคนที่กำลังเป็นข่าวเรื่องพระเอก 1 lite of tear”

ผลพวงกำไรของพวกเขาไหลเลื่อนยังกับกระแสน้ำ และดูจะดีกว่าที่ผ่านๆมา ถึงจะเป็นรูปเซตเดิมๆแต่ความเคี่ยวของโคคิไม่ได้เท่าเดิมเลยสักนิด



“ถือว่ายิงได้ไก่ตัวใหญ่เลยนะเนี่ย”

เจ้าล้านแช่มชื่นยิ้มบานทุกครั้งที่ได้รับธนบัตรปึกโต รายได้จากการขายของพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของปากและท้องคุณตากับคุณยายที่ต่างจังหวัด รวมถึงทั้งค่าเรียนของจูริน้องชายคนเก่ง

 

 

 

ติ้ง…..

เสียงเมลล์แจ้งเตือนในเวลาแบบนี้มีอะไรอีกนะ?? ถึงจะคิดเช่นนั้นก็คาเมะก็ต้องเปิดมันขึ้นมาดูอยู่วันยังค่ำ

[mail]

…. ฟูจิทีวีประกาศ จัดแคมเปญพิเศษละคร one lite of tears … JR SOBU LINE CHIBA STATION…

「オタクP」

 

 

“โคคิ!...ไปส่งเงินให้คุณตาคุณยายกันเถอะ”

“ไม่บอกก็รู้อยู่แล้วเฟ้ย!!!!”

คนที่ดูจะดีใจที่สุดก้าวนำหน้าเขาไปก่อนที่จะหันกลับมามองเพื่อนสนิทด้วยความสงสัย



“ฉันหมายถึง….ไปส่งกันให้ถึงมือเลยเถอะ”

“…อะ…อือ เจ้าเต่าโง่!!”ยิ้มแบบนั้นระวังกามจะแตกเข้าสักวันไอ้ล้านบ่อน้ำตาลึกสามเซนเอ้ย~~

จากโตเกียวถึงสถานนีชิบะ แค่ 1000 yen …ไม่ทำให้ขนหน้าแข้งคาเมนาชิล่วงหรอก!

=========================================================

 

 

ร่างเล็กเปลือยเปล่าประหนึ่งนกน้อยปีกหัก หยาดน้ำตาที่ล่วงหล่นจางหายไปกับผ้าปูที่นอนยับย่น

ทั้งที่เป็นนครอันสว่างไสว แต่บนคอนโดที่ยังคงเงียบและหนาวเหน็บเกินไปสำหรับเธอ ร่างเนื้อสาวพลันแทบสลาย ช่องทางพรมจรรย์ราวถูกทึ้งฉีกไร้ซึ่งความปรานี

 

ถ้อยคำรักต่างคำลวงหลอก การโอบกอดที่เร่าร้อนแต่กลับช่างน่ารังเกียจ จบลงที่เสียงสะอื้นไห้ไม่อาจเปล่งออกมาได้เท่าที่อยากทำ

ปึกแบงค์กระจัดกระจายห่มร่างของเธอต่างอะไรจากโซ่ล่ามพันธนาการ ค่าแลกเปลี่ยนกับร่างกายของเธอ เป็นเพียงตัวเลขและจำนวนเศษกระดาษฤา

กระนั้นก็ไม่อาจเอ่ยปากค้านขอความกรุณาจากใคร กระทั่งคำวิงวอนก็น่าละอาเหลือเกิน

 

 

….คาเม คาเม คาเม คาเมะ~….

เสียงโทรศัพท์ที่ลั่นขึ้นในกลางดึก…ฉันไม่อยากจะรับมันเลย….

 

 

“….ช่วยด้วย….”

 

 

ช่วยฉันที…คาซึยะ….

===============================================

 

ติ้ง…..

[mail]

……อีก 5 นาที…รายการจะ ON AIR…นายอยู่บนรถไฟแล้วสินะ!...

「オタクP」

 

คาเมะจับจ้องหน้าจอสกรีนสีขาวสะอาด น่าประหลาดที่เขาได้รับเมลล์อย่างต่อเนื่องจากลูกค้าคนก่อน ซึ่งบังเอิญว่าสร้างกำไรให้เขาได้เป็นกอบเป็นกำ

 

“การที่แกพกกล้องมา แสดงว่าแกมั่นใจว่าข่าวมันชัวร์สินะ”

 

“ก็ไม่แน่ว่ามันอาจจะผิด หรืออาจจะถูก”

 

คาเมะยักไหล่วางฟอร์มเล็กน้อย แน่นอนว่าเขาไม่ได้ปักใจเชื่อแหล่งข่าวอากาศนี่ตั้งแต่แรก แต่คงเพราะความรู้สึกบางอย่างลึกๆทำให้เขาไม่อาจวางใจได้อย่างข่าวลวงที่ผ่านๆมา

 

“หรือว่า!!....คุณลูกค้าเขาหลงความหล่อของแก เลยจงใจส่งข่าวให้แกเป็นการจีบทางอ้อมวะ!”

ผู้คนยังไม่หนาแน่นเท่าช่วง golden week แต่ก็มีแต่ผู้หญิงซะส่วนใหญ่…รถไฟเคลื่อนตัวออกมาได้ 10 นาทีแล้ว

 

“ไอ้โรคจิต เขาเป็นผู้ชายเว้ย”

ในพื้นที่จำกัดและเปิดเผยขนาดนี้....แปลกที่ไม่มีใครมีฉายแววกาจหรือสต๊าฟออกมา

 

“ไอ้ตายด้านเอ้ย! ความรักมันไม่มีเพศแบ่งกั้นหรอกเฟ้ย ฮู้ววววว”

ตรงที่นั่งฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มเจ้าของฮู๊ดสีขาวคลุมใบหน้าไว้มิดชิด…นิ้วมือพันไปรุงรังด้วยสายหูฟังกับรองเท้าผ้าใบขยับไปมาอย่างร้อนรน

…ความขมุกขมัว กับความวุ่นวายในใจ …
อาการแบบนั้นน่ารำคาญยิ่งกว่าโคนผมของโคคิที่กำลังงอกขึ้นอยู่ตอนนี้...

 

….. “อ่า…เยี่ยมยอดไปเลยนะคะ เป็นตัวละครที่ซาวาจิริซังต้องทุ่มเทมากเลยทีเดียว”

บทสัมภาษณ์เริ่มไปได้สักพักใหญ่แล้วผ่านทางหน้าจอ LCD ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าฟูจิทีวีทุ่มทุนซื้อเวลาบนรถไฟฟ้าและจอหลักตามเขตต่างๆเพื่อ แคมเปญนี้โดยเฉพาะ

 

“แต่ว่านักแสดงนำในบทอาโซ่คุงเองก็ต้องทุ่มเทมากเช่นกัน แต่จนกระทั่งตอนนี้เราก็ยังไม่รู้จักเขากันเลยค่ะ”

ภายในสตูดิโอใช้ออกอากาศมี ผู้กำกับและเอริกะ ซาวาจิริและนักแสดงนำอีก 2-3 คนเท่านั้น …..

 

 “ครับ ตอนนี้คงกำลังทำความคุ้นเคยกับผู้โดยสารบนรถไฟที่กำลังมุ่งหน้าไปชิบะอยู่น่ะครับ”

…ความกังวลกัดกินริมฝีปากของเขา ทั้งที่พยายามข่มมันไว้ด้วยซีกฟัน…

...ดูเหมือนตัวคาเมะเองก็ไม่อาจสงบสติตัวเองอยู่ได้…

“อะ….เอ๋!!”

 

คำสถบฉงนเข้ากับเสียงกลั้วะหัวเราะสูงวัยจากผู้กำกับราวกับเป็นเรื่องตลก ในขณะที่รถไฟส่งกลิ่นจราจลโขมงแล้ว!

…เรียวนิ้วไล้วนเวียนบนปุ่มชัตเตอร์และตัวกล้อง...

 

“เรียนท่านผู้โดยสาร ขออภัยในความไม่สะดวกค่ะ เนื่องจากจะมีการถ่ายทำขึ้น ขอให้ท่านผู้โดยสารทุกท่านอยู่ในความสงบเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายค่ะ”

สัญญาณตัดฉับเป็นทิวเมืองหากแต่มันเคลื่อนที่ ….ซึ่งคนที่อยู่บนรถไฟเท่านั้นถึงจะเห็นวิวแบบนี้!!

 


เหมาะเจาะกับวิวที่เขาเห็นในตอนนี้....จากโบกี้นี้....

 

“เฮ นิชิกิโด คนข้างๆนายเห็นหน้านายชัดกว่าในหนังสือ ปาปารัซซี่รึเปล่า”

เสียงผู้กำกับจากห้องส่ง ….รอดผ่านตามลำโพงของสมาร์ทโฟนใกล้ๆ

 

ดูง่ายเสียยิ่งกว่าง่าย …

ใครที่กำลังถือโทรศัพท์รายงาน สถานการณ์แบบ real time...

“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ  คชิกะวะ ซัง Hi~~~”

“เห้ย!!!!!”

 โคคิลั่นเสียงขึ้นทันที ร่างผอมกระโจนเข้าหาเพื่อนสนิท จนเล่นเอาคาเมะหน้าเหวอไปด้วย หรือแม้แต่เขาก็ไม่ทันตั้งตัวหรอกหากเป้าหมายหลักจะอยู่ใกล้ตัวขนาดนี้

???  !!!!!!!

 

ชายหนุ่มผิวคล้ำขยับ cap ออก ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้เลนส์หน้าของไอโฟนราคาหนักกระเป๋า โบกมือทักทายผู้โดยสารบนรถเล็กน้อยด้วยท่าทางร่าเริงเฉกเช่นชายหนุ่มทั่วไป 


เสี้ยววินาทีที่โบกี้รถไฟเงียบสงัด …คาเมะโยนโคคิออกจากกองตักไม่มีปราณีใดๆ…

“เอ๊ะ!.....”

“อะ….มะ ไม่นะ กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!”

…ส่งเพื่อนรักสู่เหตุจลาจลบนรถไฟขนาดย่อม…ด้วยใจรักชนิดหาที่สุดไม่ได้…


“สวัสดีครับทุกคน นิชิกิโด เรียว ครับ” ไอโฟนถูกเทินขึ้นสูงจากแขนของคนที่ประกาศตัวกลางรถไฟ ภาพจลาจลของแฟนเกิร์ลออกอากาศผ่านฟูจิทีวีไปทั่วประเทศ

ร่างสาวน้อยที่ประทังเข้ามาไม่ต่างจากปิรันย่ารุมทึ้งเหยื่อ ดันจนนักแสดงหนุ่มชิดกับเบาะไม่ต้องไปไหน


“ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ~~~” ขณะที่เจ้าตัวก็ดูสมยอมน้อยเสียเมื่อไหร่

 

“โอ๊ะ!!!” ปลายทางสถานีที่พีธีกรถึงกับสถบออกมาทันทีที่ได้เห็นรูปโฉมพระสังข์


“นิชิกิโดคุง เขาบอกว่าอยากใกล้ชิดกับทุกคนน่ะค่ะ เลยขอร้องให้ฉันมานั่งสัมภาษณ์โดยไม่มีพระเอกน่ะค่ะ” เอริกะพูดตัดขึ้นมาขณะที่เธอแสดงสีหน้ายิ้มแย้มกับภาพที่เกิดขึ้น  “ฉันว่านิชิกิโดคุงเป็นพระเอกที่ดูจะใจร้ายมากเลยค่ะ”


เสียงหัวเราะจากเพื่อนร่วทแสดงในห้องส่งดูจะเป็นแรงเสริมจากกลุ่มนักแสดงดูเหมือนจะทวีความน่าเอ็นดูเข้าไปใหญ่

ความวุ่นวายกระเจิดกระเจิงแบบที่ไม่มีหน่วยรักษาความปลอดภัย มันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่นักกลับเอื้อให้เขาทำงานสะดวกขึ้น แทบไม่ต้องกังวลว่าจะถูกจับได้ด้วยซ้ำ

 

 

 

….แต่ไอ้ที่ไม่อำนวยเท่าไหร่
 
“อ้ะ! ว๊ายยยยยย ขอโทษค่ะ!”

จะเสแสร้ง หรือ บังเอิญ……

 


‘สถานีต่อไป สถานนีชิบะ next station Chiba’  ….มันคือเรื่องตลกอันสมจริง


“ไม่เป็นไรนะครับ...”

ยิ่ง(ใช้ฟันกราม)ข่มไว้เท่าไหร่ (ริมผีปากล่าง)ก็ยิ่งเจ็บเท่านั้น

อาจเพราะเวลาเร่งรัดและระยะกระชั้นชิด ทำให้คาเมะเลิกที่จะสนใจแล้วเอามันไว้ที่หลัง

 

“ค่ะ ขะ ขอโทษ…..นะคะ……คะ......................คุณ......”

หรือคงเป็นแรงดึงดูดที่โลกสร้างกระมั้ง……

 

“อคานิชิ จิน ครับ”

!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

“สถานีชิบะ Chiba station กรุณาระมัดระวังขณะก้าวออกจากรถไฟด้วยค่ะ”

 

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

 

โถ่เว้ย!!!!



=================================================

 

ร่างเล็กทะยานตัววิ่งสุดกำลัง เรียวขาลีบๆสับกันรวน ทั้งที่สมองไม่แม้แต่จะประมวลเส้นทาง ร่างกายเขากลับคิดแทนให้ทุกหัวมุมเลี้ยว!

ถึงจะเป็นสถานีและมีป้ายห้ามวิ่งแต่!!  ให้ตายเถอะนี่มันเวลาเงินเวลาทอง พลาดสักเสี้ยววิเดียว ตังค์หายเป็นพันเชียวนะ!

 

…เรื่องความไวยอมยกผลประโยชน์ทั้งสิ้นให้เจ้าหนี้เขาเลย....

 

ร่างเล็กแทรกตัวเข้าไปในซอกแสนอึดอัด...ก่อนที่ไหล่จะชนเข้ากับใครอีกคนเข้า

 

ป้าง!!

“เฮ้!!!! ระวังหน่อยสิฟร่ะ” โชคร้ายที่มารยาทอีกคนไม่ดีเท่าไหร่

“ขอโทษครับ…” ร่างเล็กไม่ได้ฟังคำท้วงติงใดๆ เพียงแต่ใช้ตัวลีบๆ รอดผ่านไปเท่านั้น


“แหมๆ ฉันล่ะเขินทีเดียวที่ได้มาอยู่ในระยะประชิดกับหนุ่มหน้าหวานขนาดนี้” แขนใหญ่แสร้งยันกำแพงฝั่งตรงข้ามเอาไว้ กั๊กไม่ให้เขาผ่าน

…เวรอะไรของเขานัก!! ยิ่งรีบๆอยู่!!

 

“นาย....ไอ้หนู”คนตรงหน้าไม่ต่างอะไรกับตาลุงไร้อันจะกิน ยิ่งผิวสีเข้มกับร่างกายใหญ่ๆชวนให้เขานึกถึงกรรมกรไม่เพี้ยนไปจากนี้หรอก

 

มันน่าสะอิดสะเอียนที่ต้องมาติดในซอกหลืบเล็กๆกับมนุษย์ใช้แรงงานตัวเหม็นเหงื่อ วะ!! คาซึยะ นายวิ่งมาผิดทางแล้วไหมล่ะ!!!

สถานการณ์ที่ไม่อาจจ่ำอ้าวได้น่าขยะแขยงจับใจ ชวนเสียวสันหลังวาบไปมาอย่าพูดไม่ถูก…

 

“นี่!!!....ฉันกำลังตามหาตากล้องมือดี สนใจก็โทรมา เงินดีนะ!”เศษกระดาษฉีกอย่างไม่เรียบร้อยพร้อมเบอร์ติดต่อแบบลวกๆ ต่างนามบัตรง่ายๆชวนเขาประหลาดใจก่อนที่จะมันจะเป็นความโล่งใจในวินาทีถัดมา

“ขอบคุณ ไว้ผมจะติดต่อไป…อีกอย่างผมรีบ! ”คำรับปากซั่วๆขอไปที ไอ้ตัวเขาอยากจะออกไปเต็มทน!

 

“ใจเย็นน้องชาย!...สัญญาว่าแกจะโทรมา…”ใบหน้าคมยื่นลงมาใกล้ในระยะแถบแหกรูขุมขน ใกล้พอที่เขาจะได้กลิ่นบุหรี่จนเดายี่ห้อได้!

“เออน่า!!” แม่ง! จะเลิศเลอวิเศษณ์อะไรนัก ถ้าไม่ใช่เบอร์ผีบอกที่มั่วเขียนเอา อย่างเก่งก็สตูดิโอถ่ายนู๊ดเปลื้องผ้า จะรั้งไว้ทำกระดองเต่าให้บุพการีรึ!!

 

“วะ! ดารา 2 คนนั้นจะถูกพาไปที่ออฟฟิศของสถานีสักพัก อาจจะสัก 10 นาทีล่ะมั้ง….อ้าว!! เห้ย!! ไอ้หนู!”

ร่างเล็กกระโจนออกจากจุดสตาร์ททันที ขาไวๆจ้ำตรงไปยังออฟฟิศโดยไม่ทันไตร่ตรองคำพูดอะไรคำโว ไม่คิดกระทั่งว่ามันอาจเป็นเรื่องโกหก


ชั้นล่างสุดของสถานียังคงมีเสียงกรี๊ดกร๊าดอย่างหนาหู เขาแทบเดาไม่ออกเลยว่าสภาพเพื่อนสนิทจะยับเยินเท่าไหร่ เมื่อถูกเหล่าแฟนเกิร์ลอัดไปมา

 

คาเมะหลบเข้าไปหลังโต๊ะสำนักงานตัวใหญ่ เสียงหอบดังเท่าที่มันยังพอมีเวลาจะดังได้ แม้ทั่วออฟฟิศจะมีกล้องวงจรปิดอยู่บ้างแต่ไฟทำงานก็เหมือนจะถูกตัดออกไปจากเหตุผลบางอย่าง…

 

ติ้ง.....

 [mail]

…สต๊าฟจะเอาตัวทั้ง 2 คนไปพักในออฟฟิศสถานี ….ให้ไปรอที่นั่น...

「オタクP」

 

ตาลุงนั่นคงจะเล่นเก้าเกบ่อยล่ะมั้ง ถึงได้เกร็งได้เจ้งเป้งขนาดนี้!

“คิมุระ ทาคุยะ….”เศษกระดาษที่มีแค่ชื่อกับเบอร์โทร คนบ้านไหนเขาติดต่อจ้างงานกันแบบนี้บ้าง…


ครืดดดดด….!!!!!

“ช่วยรออยู่ด้านในสักครู่นะครับ อีกสักพักเราถึงจะพาคุณออกไป”

“รบกวนด้วยนะครับ~~~”

 

!!!!!! ….

 

ถ้าโบราณเคยว่า “อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน จะจนใจเอง” มันก็ผิดตั้งแต่วันนี้…

คาเมะหดหัวหดขาเขยิบเข้ามุมยังพอเก็บภาพทั้งคู่ได้

 

เงาสะท้อนทั้งคู่สะท้อนบนเลนส์นูนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงกรอชัตเตอร์เบาๆทุกครั้งหลังเก็บภาพ...

จากหน้าประตู เก้าอี้ออฟฟิศ และโต๊ะทำงานที่กำลังถูกยุ่มย่ามอย่างไร้มารยาท

 

“นายมาทำอะไร…”

ใบหน้าขี้หงุดหงิดแทบจะเป็นคนละคนกับบนรถไฟ...นิชิกิโด…ผู้ชายที่ดูจะยิ้มได้กับทุกคน ในตอนนี้เป็นบุคลิกตรงข้ามสิ้นเชิง

 

“ที่นี่?” ถือตัว...

“……”

 

“และตรงนี้?”เจ้าอารมณ์....

“……”

 

“อคานิชิ!!!!”  ความอดทนของเขาต่ำกว่าที่แสดงออกเยอะ!!

เกร้ง!!!!!

“น่ารำคาญชะมัด…”

 

คำถามถูกปฏิเสธอย่างยียวน นายแบบลิปสติกนั่นดูมีอิมเมจอันตราย ลึกลับ และหยาบคาย เห็นได้ชัดจากการที่เขามองข้ามหัวคนถามเพราะกิจกรรมการควงปากกามันดูสนุกกว่า กระทั่งมันล่วงลงพื้น

 

“ ก็แค่ถามในสิ่งที่คนเคยรู้จักควรจะถาม ??”

สถานการณ์หน้าอึดอัดกับ ข้อชวนฉงนแฝงไว้ในบทสนทนา…พวกเขารู้จักกันมาก่อนหน้านี้ ??

 

“ฉันจำไม่ได้ว่าเราเคยรู้จักกันนะ…”

“ห๊า!!!!”

 

“ห๊ะ!”

 

“ใครอยู่ในนี้!!”

เสียงคำรามลั่นนั่น กระชากให้คาเมะกลับมาแล้วไตรตรองได้ว่า เขาพึ่งจะสถบสงสัยออกไป มือที่ตะบบปากเปราะๆไม่ทัน คิดแล้วมันน่ากระฉากความโง่ของตัวเองออกมานัก!!

 

ครื้น!..... เกร้ง ปั้ง!!

“จะออกมาดีๆ หรือจะยื้อเวลาเล่นซ่อนหา หนูโสโครก!”

ถ้อยคำตะคอกทั้งสรรพนามเล่นเอาแสบจี๊ดไปถึงลิ้นปี่ แม้แต่ภายในหูของเขาเอง มันยังเอกโค่ตอกย้ำซ้ำๆ ขาเล็กดันตัวเองเข้าไปใต้โต๊ะ…

 

ปัง!!!!....

 

“เฮ้ย!”

ชิบหาย.!!!!!!!!!....เพราะเสียงเก้าอี้ออฟฟิศกระแทกกับโต๊ะตัวที่เขาพักพิงอย่างแรงมันทำให้ขวัญเขากระเจิดกระเจิง หมดกัน!!!

 

“ออกมา!!!”

 ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!ปัง!

แรงเตะที่สีข้างโต้ะพยายามไล่หนูตัวจ้อยออกมาจากรู นายแบบลิปสติกนั่นคงยั้วะขนาดพอจะบีบเขาแหลกคามือซึ่งมันจะเกิดขึ้นทันทีหากเขาจำยอมออกไปตอนนี้

 

“หึ………….ฉันจะดึงแกออกมาเอง!!!.”

!!!!!!!!!!!!

 

“ออกมา!!!!!”มือใหญ่ทึ้งกระฉาก ‘หนูตัวโต’ ออกจากรู

มือไม้แห้งๆที่เขาเชื่อว่ามันสกปรกพยายามปัดป้องใบหน้าขัดขืนกับแรงดึงดัน เสี้ยววินาทีแสนอลหม่านแสงแฟลชพลันวูบเข้าใส่ตา ส่วนเจ้าหนูโสโครกกลับวิ่งหนีอุตลุด!!!


“บ้าเอ้ย!!!!!!”

“หึ..............ฝีมือจับ ‘หนู’ นายมันแย่เหลือเกินนะ”

เขาหันมองตามเสียงด้วยอารมณ์ที่พุ่งพล่านก่อนมันแทบจะระเบิดตรงนั้นทันทีเมื่อพบว่า เจ้าคนที่ยืนแสยะยิ้มบันเทิงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาที เรียวเลือกจะนิ่งเฉยและปล่อยให้ ‘หนู’ วิ่งออกไป!!

“แก!!!!!! ”ถ้าไอ้บ้านี่มันไม่ประสาทกลับ สมองก็อาจมีพยาธิไช เดี๋ยวเขาจะเป็นคนล้วงมันออกมาจากกะโหลกเพื่อชันสูตรเอง!!! 
 
 
====================================
 
หายไปนานมากค่ะ ขออภัยจริงๆ แต่เป็นตอนที่แต่งแล้วรู้สึกว่าแทบเข้าไม่ถึงตัวละครเลยสักนิด ความจริงแอบคิดว่าตัวเองเข้าไม่ถึงตัวละครตั้งแต่แรก พอเอาย้อนกลับมาอ่านใหม่แต่ต้น แต่นับจากนี้จะพยายามพัฒนาฝีมือมากขึ้นค่ะ

อยากจะลองใส่มุกเพิ่มเติ่มเข้าไปเพื่อให้ดูเป็นฟิคที่มาคุเกินไป ยังไงนี่อาจจะไม่มีคนเข้ามาอ่านเลยก็ป็นได้ เพราะละทิ้งไปนานพอสมควร

แต่สำหรับผู้อ่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่านก็ขอบคุณมากค่ะ แค่รู้ว่าฟิคยังมีคนอ่านก็ดีใจมากแล้วค่ะ 

edit @ 18 Oct 2013 03:39:06 by decaypie

edit @ 18 Oct 2013 03:40:59 by decaypie

edit @ 18 Oct 2013 05:13:26 by decaypie

Comment

Comment:

Tweet

Tags